5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสิว และแนวทางการรักษาสิว
5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสิว
และแนวทางการรักษาสิว
1. แสงแดดและมลภาวะ
สภาพอากาศและมลภาวะต่างๆเป็นตัวการสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสิว
ทั้งสิวผด สิวอุดตันหรือสิวอักเสบ
เพราะเมื่อผิวจำเป็นต้องเผชิญกับอากาศร้อนจากแสงแดด อีกทั้งฝุ่น และควันจากท้องถนน
หรือมลภาวะต่าง ๆเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถแทรกซึมผ่านชั้นผิวหนังและทำปฏิกิริยากับ
น้ำมันเคลือบผิวและสามารถกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
จึงเป็นปัญหาให้เกิดสิวตามมา
2. เครื่องสำอางตกค้างจากการทำความสะอาดผิวหน้าที่ไม่ถูกวิธี และการแคะแกะเกาที่ใบหน้า
เครื่องสำอางที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมีส่วนประสมของสารเคมีซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้
จากการตกค้างของสารเคมีเนื่องจากเราล้างหน้าไม่สะอาดหรือไม่ถูกวิธี
ด้วยการขัดถูที่รุนแรงเกินไป ยิ่งทำให้เป็นสิวรุนแรงมากขึ้น
เพราะผิวถูกทำลายและแห้งกรานลง อีกทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์มาทำความสะอาดที่ไม่ตรงกับผิวหน้าของเราก็มีผลต่อผิวของเรา
จะทำให้เกิดการอุดตันของผิวหนังและทำให้เกิดสิวขึ้นมาได้ในที่สุด รวมทั้งการใช้มือแคะ
แกะ เกาผิวก็เป็นตัวกระตุ้นการอักเสบ และทำให้เป็นสิวได้เช่นเดียวกัน
3. ความเครียด
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิว นั่นก็คือ “ความเครียด”
ซึ่งถือเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ง่าย
เนื่องจากความเครียดมักจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น
และยิ่งเมื่อเราเกิดสิวมากเท่าไหร่ ความเครียดเราก็จะเพิ่มขึ้นตามเรื่อยๆ(เป็นเหมือนดั่งวัฎจักรของการเกิดสิว
เมื่อเราเครียดสิวก็เกิด และเมื่อสิวเกิดเราก็จะมีความเครียดตามมา
วนลูปไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด) ดังนั้นถ้าไม่อยากเป็นสิวมากขึ้นก็ไม่ควรเครียดมากจนเกินไป
4. ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง
ฮอร์โมนในร่างการของมนุษย์เรา
มนุษย์เราจะมีทั้งฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชายอยู่ในตัวและแต่ละคนจะมีระดับฮอร์โมนที่แตกต่างกันออกไปตามเพศและวัย
สิวฮอร์โมนสามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัย
โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนของฮอร์โมนหรือมักเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน อย่างเช่น ช่วงวัยรุ่น
– วัยทอง
ช่วงที่มีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์
เป็นช่วงที่จะมีระดับฮอร์โมนที่สูงมากขึ้นและมักจะไปกระตุ้นต่อมไขมัน
(Sebaceous glands) ให้มีขนาดโตขึ้นและผลิตไขมันมากขึ้น
จึงส่งผลให้ผิวหนังบริเวณใบหน้าและหนังศีรษะจะมันมากขึ้น ความมันบนหน้า (Oil
from the skin) และ แบคทีเรีย
จะเพิ่มมากขึ้นในบริเวณรูขุมขนบริเวณที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ ทำให้เพิ่มการอุดตันของสารไขมันจนทำให้เกิดสิว
5. กรรมพันธุ์
สิวไม่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
แต่สิ่งที่ถ่ายทอดทำให้เกิดสิวนั้น คือ รูขุมขนกว้าง หน้ามัน การทำงานของต่อมเหงื่อหรือต่อมไขมัน
ดังนั้นการมีกรรมพันธุ์ที่ทำให้เกิดสิวได้ง่าย จึงเป็นดั่งโชคชะตาฟ้าลิขิต
เพราะคนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ ไม่มีใครเลือกได้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีใครเป็นสิว
หรือมีผิวเพอร์เฟค เรื่องของกรรมพันธุ์นั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ และหาทางแก้ไขปรับเปลี่ยนกันในภายภาคหน้า
แนวทางการรักษาสิว
1. ต้องใจเย็น
ในการรักษาสิวทุกๆคน จำเป็นต้องใจเย็นใช้ระยะเวลา
เนื่องจากไม่มีครีมหรือยาตัวไหนที่สามารถรักษาสิวให้หายได้ภายในข้ามคืน หรือในระยะเวลารวดเร็ว
ดังนั้นเราจะต้องใจเย็นๆค่อยๆรักษาไป คอยเรียนรู้ผิวหน้าของตัวเองไปว่าใช้อะไรแล้วดีและใช้อะไรแล้วไม่ดี
เพื่อให้รักษาได้ดีและมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้น
2. ล้างหน้าให้สะอาดและถูกต้อง
บางคนอาจจะคิดว่าการล้างหน้าด้วยโฟม หรือล้างหน้าด้วยสบู่อย่างเดียวก็สะอาดแล้ว
เป็นความเชื่อที่ผิด การล้างหน้าที่ถูกต้องนั้น ก่อนล้างหน้าควรใช้
Makeup Remover ทุกครั้ง
เพราะในการแต่งหน้าทุกวันจะมีสารตกค้างบนผิวหน้าอยู่ หรือใครที่ไม่ได้แต่งหน้าแต่ใช้ครีมกันแดดก็ควรใช้
Makeup Remover เช่นกัน และหลังจากการล้างหน้าอย่าลืมใช้โทนเนอร์
เพื่อช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่เรายังล้างออกไม่หมดออกและช่วยกระชับรูขุมขนด้วย
รวมทั้งการเลือกใช้โฟมควรเลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว เรื่องนี้จำเป็นมากๆ
ในขณะล้างหน้าควรล้างแบบเบามือ
อย่าถูรุนแรงจนเกินไปเพราะจะเป็นการทำร้ายผิวมากกว่าเป็นการทำความสะอาดผิว
3.
เพิ่มเวลาพักผ่อนและกำจัดความเครียด
เนื่องจากความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่าย
ดังนั้นหากต้องการให้ใบหน้าของเราดูสวยใสและอ่อนเยาว์อยู่ตลอดเวลาก็จำเป็นที่จะต้องดูแลสุขภาพด้วย
การพักผ่อน หากิจกรรมคลายเครียด พักความกังวล หาสถานที่ในการพักผ่อนให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น
4.
การหลีกเลี่ยงมลภาวะต่างๆ ทั้งแสงแดด และฝุ่นควัน
ในชีวิตประจำวันเราต้องเจอกับมลภาวะต่างๆ
ทั้งแสงแดด และฝุ่นควัน เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้หน้าของเราเป็นสิวเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก
เนื่องจากเราจะต้องเดินทางและต้องพบเจอกับมลภาวะทางอากาศ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ตัวอย่างเช่น การพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ภายนอกอาคาร
หรือบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศสูงและอยู่เป็นเวลานาน หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันมลภาวะต่างๆ เช่น
หน้ากากอนามัย หมวกกันแดด ทางครีมกันแดด
5.
การทานยาคุมปรับฮอร์โมน
ยาคุมนั้นไม่ได้หมายความว่าจะทานเพื่อคุมกำเนิดอย่างเดียว
แต่ยาคุมหลายๆตัวมีคุณสมบัติในการรักษาสิวได้ด้วยเนื่องจากยาคุมกำเนิดมีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสตินช่วยรักษาสิวได้
เนื่องจากตัวยาจะไปลดระดับฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจนลง (กระตุ้นต่อมไขมันใต้ผิวหนังให้ผลิตไขมันซีบัมออกมา)
ซึ่งช่วยลดการเกิดสิว รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยยาคุมจะช่วยในการปรับฮอร์โมนให้อยู่ในระดับที่สมดุลของร่างกาย
*หากจะทานยาคุมกำเนิดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
@Friendroom










0 Comments